[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by saitharn school
โรงเรียนสายธารวิทยา
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
เมนูหลัก
สภาพอากาศ
 
เช็คอีเมล์
ลิงค์ต่างๆ
e-Learning

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

เจ้าของผลงาน : นางโสภา บุญศักดิ์
พุธ ที่ 5 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2563
เข้าชม : 229    จำนวนการดาวน์โหลด : 81 ครั้ง
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 16 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
ชื่อรายงานวิจัย :  การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางกาiเรียนฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้วิจัย           :  นางโสภา   บุญศักดิ์
หน่วยงาน          :  โรงเรียนสายธารวิทยา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
ปีที่ทำการวิจัย   :  พ.ศ. 2561
 
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ ของชั้นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสายธารวิทยา ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสายธารวิทยา ที่มีต่อชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 เฉพาะที่เรียนแผนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสายธารวิทยา อำเภอกันทรลักษ์  องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 27 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ 1) ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ   หาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน  ประกอบด้วย 1.1) ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน จำนวน 8 ชุด  1.2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 แผนๆ ละ 2 ชั่วโมง รวมเวลา 16 ชั่วโมง  2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น วิเคราะห์ผลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
 
 
ผลวิจัยพบว่า
                 1. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้    แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน มีคะแนนจากกิจกรรม และแบบทดสอบย่อยแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งหมด 8 แผน มีผลร้อยละของค่าคะแนนเฉลี่ยการทดสอบระหว่างเรียน(X)   มีค่าเท่ากับ 82.81 และร้อยละของค่าคะแนนเฉลี่ยของคะแนนการทดสอบหลังเรียน (X) มีค่าเท่ากับ 82.62 แสดงว่า ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง งานและพลังงาน      ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสายธารวิทยา มีค่าเท่ากับ 82.81/82.62
               2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ก่อนเรียนเท่ากับ 13.32 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 44.40 และได้คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์      หลังเรียน 24.79 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 82.62 ผลการวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสายธารวิทยา พบว่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น       เรื่อง งานและพลังงาน มีค่าเท่ากับ 0.7318 หมายความว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 73.18
             3. นักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้      5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนที่คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 13.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.30 หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 24.79 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 6.69 และค่า t เท่ากับ 34.20 แสดงว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบ  สืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อต่อชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบ      สืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง งานและพลังงาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเฉลี่ยรวม (X) = 4.70 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) = 0.63 ค่าความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
 
 
 
 
 


ดาวน์โหลด  ( บทคัดย่อ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่องพลังงานความร้อนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 26/ส.ค./2563
      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์(SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 21/ส.ค./2563
      รายงานการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทำงาน รายวิชา งานประดิษฐ์ เรื่อง งานสานเส้นพลาสติก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 14/ส.ค./2563
      การพัฒนารูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคโนโลยี Google Classroom ประกอบแบบฝึกทักษะ หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 13/ส.ค./2563
      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติและความคิดสร้างสรรค์ รายวิชา งานประดิษฐ์ เรื่อง การแกะสลักผักและผลไม้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 10/ส.ค./2563


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ wrpkaewkham@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป