[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by saitharn school
โรงเรียนสายธารวิทยา
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
เมนูหลัก
สภาพอากาศ
 
เช็คอีเมล์
ลิงค์ต่างๆ
e-Learning

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์(SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

เจ้าของผลงาน : นางโสภา บุญศักดิ์
ศุกร์์ ที่ 21 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2563
เข้าชม : 148    จำนวนการดาวน์โหลด : 62 ครั้ง
5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 6 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
ชื่อเรื่อง          การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์(SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย             นางโสภา  บุญศักดิ์
ตำแหน่ง         ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา     โรงเรียนสายธารวิทยา  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรลักษ์  จังหวัดศรีสะเกษ  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ปีที่พิมพ์         2562
บทคัดย่อ
          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการด้านการจัด   การเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model) มีการดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับสร้างและพัฒนารูปแบบจัดการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 2 ขั้นพัฒนา เป็นการออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้  ขั้นตอนที่ 3 ขั้นวิจัย เป็นการนำรูปแบบฯ ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น ม.4/1 เฉพาะที่เรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ โรงเรียนสายธารวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 36 คน ที่กำลังเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือวิจัย คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย คู่มือการใช้รูปแบบและแผนการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ (Frequency)     ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และ     การทดสอบค่าที (Dependent Sample t-test) และ ขั้นตอนที่ 4 การพัฒนาโดยเป็นการประเมินและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้สมบูรณ์
ผลการวิจัยพบว่า
          1) สภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้แก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนฟิสิกส์ต่ำมีสาเหตุมาจากหลายประการ คือ ขาดความเข้าใจในบทเรียนอย่างต่อเนื่อง  ขาดทักษะการคิดคำนวณ เมื่อพบโจทย์ปัญหาที่แตกต่างจากในชั้นเรียน นักเรียนไม่สามารถแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ได้อย่างถูกต้อง สื่อและอุปกรณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้  ไม่หลากหลาย ไม่ช่วยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติทักษะต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน และที่สำคัญ คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่วนใหญ่ครูจะเป็นผู้อธิบายให้ความรู้ในเนื้อหาหรือให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้ ใบงาน หนังสือเรียน ครูและนักเรียนมีความต้องการให้การเรียนรู้เป็นลักษณะที่หลากหลาย   เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนคนอื่นๆ ในชั้นเรียนผ่านกิจกรรมการ    แก้โจทย์ปัญหาที่เป็นกระบวนการขั้นตอนอย่างเหมาะสม ครูควรมีเทคนิคและรูปแบบวิธีการการสอน      ที่หลากหลายมาใช้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ และมีการบูรณาการสภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนมีอิสระในการเรียน มีอิสระในการคิดและ ทำกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนสามารถค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆได้เองโดยครูช่วยกระตุ้นให้เกิดการคิดอย่างเป็นขั้นตอน มีการเชื่อมโยงความรู้ด้านสมการคณิตศาสตร์เข้ากับประสบการณ์การแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ที่เคยประสบมา และมีการร่วมกันแลกเปลี่ยนในกลุ่มผู้เรียน รวมทั้งมีการนำเสนอผลงานจากการสรุปความรูปในรูปแบบ Concept mapping หรือรูปแบบอื่นๆที่หลากหลาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ และจะเป็นวิธีการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนฟิสิกส์
          2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นเป็นการผสมผสานการจัดการเรียนรู้เทคนิคของโพลยา การเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructivist theory) โดยมีองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้  เรียกว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยแบ่งการดำเนินการในกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็น 5 ขั้น ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 S: Setting (นำเข้าสู่บทเรียน) ขั้นที่ 2    O: Observing (สังเกตและสำรวจค้นหา) ขั้นที่ 3 S: Solving (ดำเนินการแก้โจทย์ปัญหา) ขั้นที่ 4    T: Transferring (สรุปและเชื่อมโยงองค์ความรู้) และขั้นที่ 5 E: Extension (นำความรู้ไปประยุกต์ใช้) โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model)ที่พัฒนาขึ้นมีการบูรณาการสภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนมีอิสระในการเรียน มีอิสระในการคิดและทำกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ได้เอง โดยครูช่วยกระตุ้นให้เกิดการคิดอย่างเป็นขั้นตอน เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มีส่วนกระตุ้นให้ผู้เรียนบรรลุตามที่วัตถุประสงค์ตั้งไว้ คือ ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวมีประสิทธิภาพ 83.38/82.89 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
          3) ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  หลังการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model) สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานการวิจัย  ที่ตั้งไว้
          4) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ (SOSTE Model) มีค่าเฉลี่ยรวม 4.73 อยู่ในระดับ มากที่สุด


ดาวน์โหลด  ( บทคัดย่อ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่องพลังงานความร้อนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 26/ส.ค./2563
      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์(SOSTE Model) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 21/ส.ค./2563
      รายงานการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทำงาน รายวิชา งานประดิษฐ์ เรื่อง งานสานเส้นพลาสติก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 14/ส.ค./2563
      การพัฒนารูปแบบการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคโนโลยี Google Classroom ประกอบแบบฝึกทักษะ หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 13/ส.ค./2563
      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติและความคิดสร้างสรรค์ รายวิชา งานประดิษฐ์ เรื่อง การแกะสลักผักและผลไม้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 10/ส.ค./2563


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ wrpkaewkham@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป