[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by saitharn school
โรงเรียนสายธารวิทยา
เมนูหลัก
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สภาพอากาศ
 
หมวดหมู่ blog
ตารางเรียน

ตารางเรียนภาคเรียนที่ 2_2560

 

เช็คอีเมล์
ลิงค์ต่างๆ
e-Learning
ราคาน้ำมัน
ความคิดเห็น

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ส่องผลงานนอกสนามของ  VIEW : 10    
โดย The One

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 84
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 7
Exp : 39%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 184.22.163.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 1 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2562 เวลา 15:29:58    ปักหมุดและแบ่งปัน


การที่ ปีเตอร์ มัวร์ ประธานบริหาร ลิเวอร์พูล พูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจเต็มเปี่ยมว่า "เรากลับมาอยู่ในบัลลังก์ของเราแล้ว" จึงถือเป็นคำพูดที่สื่ออังกฤษให้ความสนใจพอตัว จนเกิดการตั้งข้อสงสัยว่า "หงส์แดง" ได้กลับมานั่งบัลลังก์ทองของพวกเขาแล้วจริงๆ หรือไม่



ผลงานนอกสนาม

เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) เข้ามาเทคโอเวอร์ ลิเวอร์พูล แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ปี 2010 หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเหล่า "เดอะ ค็อป" ต้องภาวนาแทบทุกวันว่าขอให้ จอร์จ ยิลเล็ตต์ และ ทอม ฮิคส์ 2 นักธุรกิจชาวอเมริกันรีบไสหัวออกไปจากสโมสรสักที เพราะในสายตาของแฟนบอล ลิเวอร์พูล แล้วนั้น ทั้งคู่เป็นเหมือนปลิงที่ดูดเลือดทีมมากกว่า



แน่นอน การบริหารงานในช่วงแรกๆ ของ เอฟเอสจี อาจจะไม่ถูกใจแฟนบอล ลิเวอร์พูล อยู่บ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นก็มาจากการดำเนินแผนบริหารได้ยอดเยี่ยมของพวกเขา และหลักฐานที่ยืนยันถึงเรื่องนันได้เป็นอย่างดีคือสิ่งที่เรียกว่า "รายได้"



ผลประกอบการในฤดูกาล 2010-11 ของ ลิเวอร์พูล ระบุว่าพวกเขาทำรายได้ไป 203.3 ล้านปอนด์ และตัวเลขด้านนั้นก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างในซีซั่น 2017-18 พวกเขาก็ทำรายได้ไป 513.7 ล้านปอนด์ ขณะที่ 1 ฤดูกาลก่อนหน้านั้นทำได้ 424.2 ล้านปอนด์



สรุปรายได้ของ ลิเวอร์พูล ตามผลประกอบการในฤดูกาลต่างๆ ตั้งแต่ซีซั่น 2010-11 เป็นต้นมา

2010-11 203.3 ล้านปอนด์

2011-12 233.2 ล้านปอนด์

2012-13 240.6 ล้านปอนด์

2013-14 305.9 ล้านปอนด์

2014-15 391.8 ล้านปอนด์

2015-16 403.8 ล้านปอนด์

2016-17 424.2 ล้านปอนด์

2017-18 513.7 ล้านปอนด์



นอกจากนี้ ขนาดแบรนด์ผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง ไนกี้ ก็ยังพยายามที่จะเจรจาทำสัญญาเป็นสปอนเซอร์ด้านชุดแข่งให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วย โดยสื่อบางเจ้าบอกว่า ไนกี้ ถึงขนาดพร้อมที่จะให้ข้อเสนอระดับที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่มีสัญญาด้านสปอนเซอร์ชุดแข่งที่มีมูลค่าสูงที่สุดของอังกฤษเลย หลังจากเจ้าของสถิติในตอนนี้คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้เงินจาก อาดิดาส ฤดูกาลละ 75 ล้านปอนด์



ยิ่งไปกว่านั้น นิว บาลานซ์ บริษัทผลิตภัณฑ์กีฬาสัญชาติสหรัฐฯ ที่เป็นคนทำชุดแข่งเจ้าปัจจุบันให้กับ ลิเวอร์พูล ก็พร้อมที่จะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อที่จะได้ไม่เสียสิทธิ์ให้ ไนกี้ เหมือนกัน เรียกได้ว่าไม่ว่าทางไหน ลิเวอร์พูล ก็จะได้เงินจำนวนมากจากสัญญาด้านสปอนเซอร์ชุดแข่งอยู่ดี



สรุป : จริงอยู่ว่าการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นก่อน กับ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ในซีซั่นนี้มาครอง มันอาจจะยังดูเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่า ลิเวอร์พูล กลับมาอยู่บนบัลลังก์ของพวกเขาแล้วจริงๆ เพราะมันควรจะมีแชมป์มาประดับสโมสรมากกว่านี้เพื่อที่จะพูดถึงเรื่องนั้นได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่แนวโน้มโดยรวมก็พอจะมองได้ว่าพวกเขากำลังอยู่ในทิศทางที่ดีที่จะกลับไปเป็นเบอร์ 1 ของเกาะอังกฤษอีกครั้งจริงๆ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาก็อาจจะคืนบัลลังก์ได้ในเร็วๆ นี้ด้วย 









บาคาร่าออนไลน์ เว็บเกมส์ออนไลน์ pantip ล่าสุด



   - สมัครเลย UFABET เกมส์ออนไลน์



   - เว็บ คาสิโนออนไลน์ แจกเครดิตฟรีมากที่สุด